ปล่อยเพลง "หัวใจหมดแรง" มาให้ได้ฟังกันพักใหญ่ๆ แล้ว สำหรับวงร็อกน้องใหม่อย่าง "โน มอร์ เทียร์" (No More Tear) จากค่าย จีนี่ เรคคอร์ด ที่เคี่ยวประสบการณ์จากวงใต้ดิน จนในที่สุดพวกเขาก็ก้าวมาสู่บนดินได้ฤกษ์ปล่อยความมันกับอัลบั้มเต็มชุดแรก ที่ชื่อว่า "Yellow Light" ที่พวกเขาลงมือทำกันเอง ภายใต้การดูแลของ "อ๊อฟ - พูลศักดิ์ จตุระบุล" หรือ อ๊อฟ บิ๊กแอส

ส่วนตัวตนของทั้ง 5 คน ได้แก่ "ฟักแฟง - ไปรยา มาลาศรี" (ร้องนำ) "ชาย - เชาว์วรรธน์ อุปนันท์" (กีตาร์) "เม้ง - ชิตกร ปัญญาปัตโชโต" (กีตาร์) "เต้ - จุติ รุ่งเรื่องระยับกุล" (เบส) และ "ไอซ์ - สุทธิพล บัวอนนท์" (กลอง) จะเป็นอย่างไรนั้น ต้องลองฟังจากปากว่าสิ่งที่พวกเขาเป็นและต้องการนำเสนอมีอะไรบ้าง

ที่มาของชื่อ โน มอร์ เทียร์

ฟักแฟง "หลักๆ ก็คือชื่อวงเก่า อิมเมอจินนารี่ ลาย (Imaginary Lie) เวลาคนเรียกหรือเวลาที่เราพูดออกไป คนเขาก็จะเอ๊ะ อะไรนะ มีเปอร์เซ็นต์น้อยมากที่คนเขาจะเรียกถูก แล้วพอเรามาอยู่ที่ จีนี่ เรคคอร์ด ในระหว่างนั้น เราก็มีการปรับเปลี่ยนแนวเพลงด้วย เพื่อความเหมาะสมให้มันโอเคที่สุดสำหรับพวกเรา เราก็เลยรู้สึกว่าถึงเวลาที่ต้องเปลี่ยนชื่อวงแล้วเหมือนกันก่อนที่ออกสื่อ ไปวงกว้างกว่านี้

เราก็ลองตั้งชื่อมา แล้วลองเรียกกันดู ใช้เวลาอยู่สักประมาณอาทิตย์สองอาทิตย์ว่าอันไหนโอเค คือ โน มอร์ เทียร์ พี่อ๊อฟเป็นคนเสนอ ก็เลยลองเรียกดู โน มอร์ เทียร์ โอเคที่สุด ส่วนความหมายก็แปลว่า ไม่มีน้ำตา ดูแข็งแรงดี เหมาะกับแนวเพลงของพวกเรา เนื้อหา ความสนุกสนานที่เราอยากจะให้คนฟังไม่รู้สึกเศร้า"

ทำไมถึงต้องเปลี่ยนทั้งแนวเพลงและชื่อวง

ฟักแฟง "ไม่ถึงขนาดเรียกว่าเปลี่ยนแนวเลยดีกว่า คือทุกๆ คนไม่ว่าจะเป็นหนังสือ นิตยสาร หรือการทำงานอะไรต่างๆ วงดนตรีไม่ว่าจะงานอะไรก็ตาม ทุกคนย่อมจะมีการเปลี่ยนแปลงเพื่อที่จะให้ได้อะไรที่ลงตัวที่สุด ค้นหาสิ่งที่ดีที่สุด เพื่อตัวเอง เราคิดว่าสิ่งที่เรากำลังทำอยู่ตอนนี้ก็เหมาะสมกับพวกเราแล้ว ส่วนในอนาคตมันจะเป็นยังไง เราก็คงจะต้องพัฒนาให้ดียิ่งๆ ขึ้นไป ความแตกต่างระหว่างชื่อเก่า เพลงเก่าของวงเราก่อนที่จะมาอยู่ที่จีนี่ ยังไงเราก็ยังเป็นวงร็อก แต่เราก็ปรับเปลี่ยนให้ลงตัวที่สุดค่ะ"

ที่มาของชื่ออัลบั้ม Yellow Light

ฟักแฟง "ที่ใช้ชื่ออัลบั้ม Yellow Light เพราะสีเหลืองเป็นสีแห่งความสุข สดใส เวลาเรามองแล้วให้ความรู้สึกสนุกสนาน มันก็สื่อถึงเพลงของพวกเรา วงของพวกเราที่มีความสนุกอยู่ในตัว ทำให้รู้สึกดี อีกนัยนึงก็คืออยากให้ทุกคนได้รับสุนทรีได้ความเพลิดเพลินจากฟังเพลงใน อัลบั้มนี้ด้วย"

แนวดนตรีของ โน มอร์ เทียร์

ฟักแฟง "คงจะเป็นแนวดนตรีป๊อบที่มีความหนักหน่วงมากกว่าปกติ ก็จะมีเสียงซาวน์แปลกๆ ซาวน์อิเล็กทรอนิกส์เข้ามาแทรกด้วย แต่ในแนวทางของวงเรา เราเป็นวงร็อกที่เก็บเอากลิ่นความเป็นป๊อปแล้วก็มีจังหวะเต้นรำให้คนรู้สึก สนุกตาม"

ชาย "ด้วยความที่เป็นพาวเวอร์ป๊อป ดนตรีก็จะออกแนวหนักขึ้นกว่าป๊อปธรรมดา"

ยากไหมกว่าจะก้าวมาถึงจุดๆ นี้ได้

ฟักแฟง "วงพวกเรามีอายุ 2 ปี เราเล่นดนตรีด้วยกันมา เรา 5 คนปรับเปลี่ยนมาจนรู้สึกว่าพวกเราคือกลุ่มคนที่ต้องอยู่ด้วยกันถึงจะเป็น โน มอร์ เทียร์ ได้ เราคือองค์ประกอบของ โน มอร์ เทียร์ ยากไหมคือจะคิดทำอะไร ทุกอย่างมันมีความยากอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นวงดนตรีหรือว่าอะไรก็ตาม เราก็ตั้งใจทำกันมาเรื่อยๆ พอขึ้นมาอยู่จนจุดนี้เราก็ยิ่งมีความกดดันมากขึ้น"

ไอซ์ "มันจะยากขึ้นมาเรื่อยๆ เหมือนการสู้ เหมือนการขึ้นบันไดมาเรื่อยๆ"

ฟักแฟง "แต่เราก็ไม่ได้หมายความว่าอยู่ตรงจุดไหนดีกว่า ตอนที่เรายังอยู่อันเดอร์กราวด์เราก็มีประสบการณ์ที่ดี มันมีข้อดีคนละแบบ พอมาอยู่ตรงนี้มันคือโอกาสที่ดีของพวกเรา แล้วยืนอยู่ตรงนี้เราไม่ได้นึกถึงแต่ตัวเอง ไม่ได้นึกถึงแต่วง ยังมีคนอื่นๆ อีกมากมายที่เรายังต้องทำเพื่อเขาด้วย"

เต้ "ต้องมีความรับผิดชอบมากขึ้น ใส่ใจในการทำงานในรายละเอียดมากขึ้นกว่าเดิม"

ฟักแฟง "เหมือนกับว่าไม่ได้เป็นแค่นักร้อง แค่คนเล่นกีตาร์ ไม่ได้เป็นแค่วงดนตรี ยังมีเรื่องอื่นๆ ที่ต้องคิดในแต่ละวันเยอะมากขึ้นว่าจะทำตัวยังไง ควรจะทำยังไงให้โอเคในทุกๆ ด้าน"

ความแตกต่างระหว่างการทำงานบนดินกับใต้ดิน

ฟักแฟง "ไม่มี มันดีเหมือนกันทั้ง 2 ที่ เพียงแต่ว่าคนอาจจะคิดว่าพอมาอยู่ตรงนี้ เราจะต้องโดนจำกัดว่าจะต้องทำอย่างนี้ๆ จริงๆ แล้วมันคือโอกาสที่ดีมากที่เราได้มาที่ จีนี่ เรคคอร์ด เพราะว่าเรายังคงได้เป็นในสิ่งที่เราอยากจะเป็น ยังคงเป็นคนเดิมที่เราเป็น ไม่มีใครมาเปลี่ยนอะไรทั้งนั้น ทุกคนสนับสนุนสิ่งที่เราเป็นทาง จีนี่ เขาก็สนับสนุนให้เราได้ออกสื่อ เล่นคอนเสิร์ต ซึ่งก็คือโอกาสดีที่เราได้รับ เราคิดว่าโอกาสไม่ได้เกิดกับทุกๆ คน เมื่อได้มาแล้วก็ต้องรักษาไว้ให้ดีๆ"

การร่วมงานกับทีมที่สร้างวงดังๆ อย่าง บิ๊กแอส บอดี้สแลม

ชาย "ไม่กดดันครับ ตอนแรกก็คิดว่าน่าจะกดดัน เพราะว่าพี่เขาเก่งๆ กันหมด แต่พอมาร่วมงานกันไม่มีความกดดันเลย ทำงานด้วยความสนุก เหมือนเป็นครอบครัว"

ฟักแฟง "พี่เขาถามไถ่ช่วยเหลือพวกเราตลอด ต้อนรับพวกเราเป็นอย่างดีเหมือนพวกเราเป็นน้องเขาจริงๆ "

บรรยากาศในการทำงาน

เต้ "พี่เขาใจดีมาก ถึงแม้ว่าหน้าจะดุไปหน่อย"

ฟักแฟง "เขาให้เราทำงานกันเองอย่างเต็มที่มากๆ เราก็ทำเพลงกันเอง ทั้งแต่งเนื้อ แต่งอะไรเองทุกอย่าง แล้วก็จะมาให้พี่อ๊อฟฟังว่าอันนี้โอเครึยัง ให้เขาช่วยทำให้เพลงสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น"

เม้ง "พี่อ๊อฟเขาจะคอยแนะนำว่าตรงนี้ดีแล้วรึยัง ดูโดยรวมช่วยเกลาให้ ดูรายละเอียดต่างๆ"

แรงบันดาลใจในการแต่งเพลง

ฟักแฟง "พี่เม้งกับพี่ๆ ในวงเขาจะทำดนตรีมา แล้วก็จะแต่งเป็นเนื้อภาษาอังกฤษก่อน เพื่อที่จะให้ร้องได้ง่าย ออกเสียงได้ง่าย แล้วค่อยมาเปลี่ยนเป็นเนื้อภาษาไทยอีกทีนึง ตามความเหมาะสม ตามฟีลลิ่ง บางเพลงก็แต่งจากชีวิตจริงเลย บางทีเราก็ดูจากสิ่งแวดล้อม สังคมปัจจุบัน มุมมองความรักต่างๆ จริงๆ ก็คือชีวิตจริงทุกเพลง เพียงแต่ว่ามันจะตรงกับเรารึเปล่า หรืออาจจะตรงกับคนอื่น วงดูแล้วเป็นวงที่สนุกสนาน แต่สุดท้ายคนเราก็มีทั้งอารมณ์เศร้า อารมณ์เหงา สนุกสนาน แล้วเพลงก็อยากจะสื่อถึงอารมณ์ของมนุษย์ให้ได้ทุกแง่"

เพลงที่บ่งบอกความเป็น โน มอร์ เทียร์

ฟักแฟง "เพลง ฉันเป็นดีเจให้เธอ ชัดเจนที่สุดสิ่งที่เราบอกว่าเป็นวงร็อกที่มีกลิ่นป๊อป มีจังหวะเต้น เนื้อหาก็ฟังง่าย ให้ความสนุกสนาน ยังแฝงว่าสำหรับคนที่มีความฝัน อย่างพวกเราฝันที่อยากจะเล่นดนตรี เราก็ทำให้สิ่งที่เราอยากทำ เผยในสิ่งที่เรามีออกมาไม่อยากให้เก็บไว้อะไรดีๆ ก็ทำออกมาเลย"

การแต่งตัวทำไมถึงเลือกใช้สีสันจัดจ้าน

ฟักแฟง "การเป็นดนตรีร็อก หรือวงร็อกทุกคนคิดว่าต้องเป็นสีดำเท่านั้น คือจริงๆ ก็ไม่ได้ต้องอะไรขนาดนั้น เราก็ไม่ได้หมายความว่าสีดำผิดนะ สีดำสื่อถึงความหนักหน่วง แต่ดนตรีมีหลายแขนง สามารถที่จะผสมๆ กันได้ ดนตรีก็คือศิลปะอย่างหนึ่ง เหมือนกับการผสมสี การแต่งตัวก็คือศิลปะอย่างหนึ่ง"

เม้ง "เราก็เลยอยากนำเสนอว่าดนตรีร็อกสไตล์ของพวกเราที่มีสีสันเยอะ"

กระแสการตอบรับเป็นยังไงบ้าง

ฟักแฟง "ค่อนข้างดี ดีกว่าที่เราคิดด้วย"

เต้ "ตื่นเต้น อย่างเพลงแรกที่พวกเราปล่อยออกมา หัวใจหมดแรง เป็นเพลงที่ปล่อยมาเพื่อให้คนได้รู้จักเรามากขึ้น เป็นการแนะนำตัว"

เพลงที่แต่ละคนชอบ

เต้ "ส่วนตัวผมชอบเพลง โน เวย์ (No Way) เป็นเพลงที่ทั้งสนุกสนาน ชิล เป็นเพลงที่ฟังง่าย"

ชาย "ผมชอบเพลง รักเคยดีกว่านี้ เพรา